วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ช่างไม้

                          ความหมายของงานช่างไม้                  
                 งานไม้เป็นงานช่างที่ใช้ฝีมือและความคิดสร้างสรรค์  ต้องมีความอดทน  ขยัน         มีความรับผิดชอบสูง  สามารถนำทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นไม้มาประดิษฐ์เป็นของเล่นของใช้ได้อย่างเหมาะสม  ทั้งที่จะต้องมีทักษะในการใช้เครื่องมือและกระบวนการในการใช้  จึงจะสามารถทำงาน  ไม้ได้อย่างสวยงาม  เรียบร้อย  มีประสิทธิภาพในการใช้เครื่องมือและใช้วัสดุ  ปัจจุบันไม้มีคุณค่ามาก  หายาก  เพราะป่าไม้ถูกทำลายไปเกือบหมด  จนต้องใช้วัสดุอื่น ๆ มาทดแทนไม้  เช่น  พลาสติก  โลหะ  งานช่างไม้ในงานช่างพื้นฐานเป็นงานช่างไม้เบื้องต้น  สามารถปฏิบัติได้ทั้งชายและหญิง 

  การใช้เครื่องมืองานช่างไม้

1.   เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง และเข้าใจกฎความปลอดภัยของเครื่องมือและเครื่องจักรที่ซื้อมา ตลอดจนเรียนรู้คำเตือนจากป้ายสัญญาณ เช่น ป้ายหยุดดังรูปที่ 2.4
2.   เครื่องตัดไม้ที่คมจะช่วยให้ทำงานได้ง่ายและดี ส่วนใบมีดที่ไม่คมจะทำให้ลื่นและอาจพลาดไปถูกส่วนต่างๆ ของร่างกายได้
3.      ไม่ควรทดสอบความคมของเครื่องมือด้วยอวัยวะของร่างกาย แต่ควรใช้ไม้หรือกระดานแทน
4.      นิ้วมือควรจะให้ห่างจากคมมีดของเครื่องมือ และใช้ไม้หรือวัสดุอื่นตัด ดังรูป 2.5
5.      ต้องระวังเป็นพิเศษเมื่อใช้นิ้วหรือมือในการสตาร์ตเครื่องจักร
6.   ต้องมั่นใจว่าเครื่องจักรที่ใช้อยู่ในสภาพดี ควรตรวจสอบความเรียบร้อยว่าไม่แตกหักหรือหลวม เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
7.   ต้องไม่ใช้เครื่องมือผิดวิธี เช่น ไม่ควรใช้สิ่วเปิดกล่องไม้หรือกระป๋อง ต้องใช้เครื่องมือให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมายเฉพาะอย่าง

การดูแลรักษาเครื่องมืองานช่างไม้   และ   ความปลอดภัยในการใช้เครื่องมืองานช่างไม้      

                 เครื่องมือวัด

 1.      ตลับเมตร  ใช้สำหรับวัดหรือกะส่วน  มีความยาว    23  เมตร  บนเทปมีมาตราวัดทั้งระบบอังกฤษและระบบเมตริก
การบำรุงรักษา
1.      ไม่ควรดึงตลับเมตรเล่นหรือทำตกจากโต๊ะฝึกงาน
2.      ทำความสะอาดทุกครั้งหลังจากใช้งานแล้ว
3.      ตรวจดูสภาพของตลับเมตรก่อนหรือใช้งานทุกครั้ง
2.    ฉากตาย  ใช้สำหรับหาเส้นฉากและทำมุม   45  องศา
การบำรุงรักษา
1.      ทำความสะอาดแล้วเช็ดด้วยน้ำมันกันสนิมก่อนเก็บทุกครั้ง
2.      ไม่ควรนำฉากไปใช้ที่ไม่เหมาะสมกับงาน
3.      ระวังไม่ให้ฉากตกจากโต๊ะทำงาน
3.    ฉากเป็น   ใช้บอกหรือวัดมุมต่างๆ  ที่ไม่ใช่มุม  45  หรือ  90  องศาประกอบด้วยด้ามและใบบริเวณที่ต่อกัน  ส่วนใบจะมีร่อง  วิธีใช้จับด้ามให้สนิทกับงานต้านที่เรียบจะใช้มากช่วยรับใบให้สนิทกับงานอีกด้านหนึ่งของมุมที่จะวัด  และนำไปเทียบองศาก็จะบอกมุมได้ตามต้องการ
 การบำรุงรักษา   หลังใช้งานเสร็จแล้วต้องทำความสะอาดและชโลมน้ำมันบางๆ บนส่วนที่เป็นโลหะ
4.   ฉากใหญ่  ใช้วัดขีดมุมฉาก  ตรวจฉากของการเข้าไม้ฉากเป็นเหล็กชิ้นเดียวกัน  ทำมุม  90  องศา  ขนาดหนา  1/8  นิ้วเท่ากันตลอด  ความยาวอาจเป็น   16  X   24  หรือ  18 X  24
         วิธีใช้  -    ใช้วัดขีดมุมฉาก  ให้วางฉากลงบนไม้  โดยให้ขอบแนบสนิทกับผิวไม้ด้านเรียบ  แล้วจึงขีดเส้นฉากตามต้องการบนอีกด้านหนึ่ง
                  -    ใช้ตรวจฉากของการเข้าไม้  โดยจับให้ฉากเข้ากับบริเวณที่เข้าไม้  ถ้าขนกับแนบชนิดแสดงว่า   การเข้าไม้ได้ฉากตามต้องการ  งานที่มักจะใช้ฉากใหญ่  คือ  งานชิ้นใหญ่   เช่น  ตู้  ฯลฯ
การบำรุงรักษา  หลังจากใช้งานต้องทำความสะอาดและชโลมน้ำมันบางๆ
            5.   ฉากรวม   เป็นฉากที่ใช้ตรวจมุมฉาก  และมุม  45  องศา  อาจมีระดับน้ำหรือเหล็กขีดเพื่อให้ใช้งานได้กว้างขวางขึ้น    ฉากประกอบ ด้วย ส่วนหัวและใบ   ซึ่งถอดแยกกันได้  ส่วนหัวสามารถวิ่งไปบนร่องของใบได้ด้วย
             วิธีใช้  เนื่องจากช่วงระหว่างใบกับหัวจะเป็นมุม  90  องศา  และ  45  องศา  จึงสามารถใช้ฉากรวมนี้วัดมุมได้  ทั้งมุม  90  องศา  และ  45  องศานอกจากนี้ส่วนหัวเมื่อถอดออกจากใบแล้ว  สามารถวัดฉากของการเข้าไม่ได้อีกด้วย
    การบำรุงรักษา    หลังจากใช้งานต้องทำความสะอาดและใช้ชโลมน้ำมันบางๆ  บนส่วนที่เป็นโลหะ
            6.   ขอขีดไม้   ใช้ขีดทำแนวเพื่อการเลื่อย  ผ่า หรือทำรูเดือย ประกอบด้วยส่วนหัวและแขนยึดกันแน่นด้วยสลักหรือลิ่ม  ปลายของแขนข้างหนึ่งจะมีเข็มปลายแหลม
               วิธีใช้  คลายสลักหรือลิ่มออกแล้ววัดระยะห่างจากปลายเข็มกับด้ามของหัวที่อยู่ทางปลายเข็มให้ได้ขนาดตามต้องการแล้วล็อกให้แน่น จับขอขีดด้ามที่มีเข็มให้แนบสนิทกับไม้และกดดันไปข้างหน้าโดยให้ปลายเข็มขีดผิวไม้ตลอดเวลา
การบำรุงรักษา  หลังใช้งานควรทำความสะอาดชโลมน้ำมันส่วนที่เป็นโลหะแล้วเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย
  
                             เครื่องมือตัด
1.      เลื่อยลันดา  ที่มีขายตามท้องตลาดแบ่งออกได้เป็น  2  อย่างดังนี้
1.1   เลื่อยลันดาชนิดตัด  ใช้ตัดขวางเสี้ยนไม้ปลายของฟันเลื่อยจะแหลม มีลักษณะ        
               เหมือนปลายมีดจำนวนฟันต่อนิ้วประมาณ 8-12 ฟัน ลักษณะการทำงานของฟันจะเหมือน                    
               มีดหลายๆเล่มเฉือนไม้เวลาตัดมุมเอียงกับไม้หรือวางที่จะตัดอย่างน้อย 45 องศา
1.2   เลื่อยลันดาชนิดโกรก ใช้เลื่อยหรือผ่าไม้ตามเสี้ยนไม้ จำนวนฟันต่อนิ้ว 5-8 ซี่
                เลื่อยชนิดนี้มีฟันห่าง องศาเอียงของฟันจะมากกว่าความยาวของใบเลื่อยมีตั้งแต่ 20-28 นิ้ว
                ขอบหน้าตัดของปลายฟันจะตั้งฉากกับใบเลื่อย
                            เลื่อยทุกชนิดจะต้องทำการคัดคลองเลื่อย คือคัดปลายฟันเลื่อยเอียงสลับกัน ให้
                กว้างกว่าความหนาของใบเลื่อย เพราะเวลาเลื่อยจะไม่ฝืดและติดไม้

การบำรุงรักษา

       1.      ระวังคมเลื่อยจะโดนส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย
       2.      เมื่อใช้แล้วทำความสะอาดทาน้ำมันกันสนิมด้วย
       3.      หมั่นรักษาความคมของเลื่อย โดยใช้ตะไบสามเหลี่ยมและคัดคลองเลื่อยด้วยคีมคัดคลองเลื่อยตัดปากไม้หรือเลื่อยสันแข็ง เพราะสันหนารูปร่างคล้ายตัดแต่ฟันถี่และละเอียดกว่าความยาวของส่วนใบประมาณ 8-18 นิ้ว ใช้สำหรับงานละเอียดประณีต เช่น เข้าปากไม้ เข้าเดือย
2.   เลื่อยตัดปากไม้ หรือเลื่อยสันแข็ง เพราะสันหลังแข็งฟันถี่และละเอียดความยาวของใบ                      ประมาณ   8-18 นิ้ว  ใช้สำหรับงานละเอียด เช่น เข้าปากไม้ เข้าเดือย
3.  เลื่อนรอปากไม้ก็คือเลื่อยตัดปากไม้แต่ใบบางกว่าฟันละเอียดกว่า ด้ามจับคล้ายลิ่วความยาวของใบยาว 6-12 นิ้ว ใช้สำหรับรอปากไม้ในเวลาเข้าไม้ใช้เลื่อยแผ่นไม้บางๆเพื่อทำแบบจำลอง
4.      เลื่อยฉลุ คือเลื่อยอกขนาดเล็ก หน้าที่การทำงานเช่นเดียวกับเลื่อยอกแต่โครงเป็นโลหะใบเลื่อยเล็กใช้งานไม่ได้กว้างเท่าเลื่อยอก
วิธีใช้เลื่อยฉลุ
1.      ใส่ใบเลื่อยเข้ากับโครงเลื่อยโดยให้ฟันของเลื่อยออกด้านหน้าและคมของใบเลื่อยพุ่งลงข้างล่าง
2.      หมุนปรับใบเลื่อยให้ตึง(อย่าให้ตึงหรือหย่อนเกินไปจะทำให้ขาดง่าย)
3.      ขณะเลื่อยตัดงานควรบังคับโครงใบเลื่อยให้ตรงและเคลื่อนไหวช้าๆ
5.   เลื่อยอก ใช้ตัดผ่าไม้ โครงเลื่อยส่วนใหญ่จะเป็นไม้เช่นคันเลื่อย(รัดเกล้า) อกเลื่อยไม้มือจับส่วนที่เป็นเหล็กคือ สลักและใบเลื่อย ใบเลื่อยมีทั้งฟันตัดและฟันโกรก วางทำมุมกับเรือนเลื่อย 
วิธีใช้   การผ่าหรือโกรกไม้ควรใช้ทั้งสองมือ มือหนึ่งจับด้ามอีกมือหนึ่งจับใบ เพื่อคุมใบเลื่อย วางใบเลื่อยตั้งฉากกับไม้และฟันเลื่อยทำมุมกับไม้ 60 องศา ส่วนการตัดไม้อาจใช้มือเดียวจับด้ามให้ใบเลื่อยตั้งฉากกับไม้ ฟันเลื่อยทำมุมกับไม้ 45  องศา
การบำรุงรักษา  ก่อนใช้งานควรสำรวจเลื่อยและหลังใช้งานควรผ่อนความตึงของใบ ทำความสะอาดและชโลมน้ำมันส่วนที่เป็นโลหะ
6.      เลื่อยหางหนู  ใช้เลื่อยตัดส่วนโค้งวงกลมภายในมีด้ามและใบใบเลื่อยใหญ่ที่ส่วนด้ามและเรียวเล็กลงไปถึงปลายเลื่อย ฟันเลื่อยเป็นฟันชนิดโกรก
วิธีใช้  เนื่องจากปลายของเลื่อยเรียวเล็ก จึงใช้ในการตัดส่วนโค้งภายในแผ่นไม้ได้ง่าย
 วิธีเลื่อยเหมือนกับเลื่อยลันดาฟันโกรก
การบำรุงรักษา  หลังจากการใช้งานต้องทำความสะอาดและชโลมน้ำมันบางๆบนส่วน
ที่เป็นโลหะและไม่ควรเลื่อยไม้ที่หนาเกิน ½ นิ้ว 

เครื่องมือใส

1.      กบล้าง  กบล้างเป็นเครื่องมือเพื่อใสผิวของเนื้อไม้ให้ราบเรียบ ปกติไม้ที่แปรรูปจะเป็นแผ่นหรือเป็นท่อนก็ตาม ผิวยังหยาบเป็นขุยมีเสี้ยนและรอยฟันเลื่อยเมื่อจะนำมาใช้จึงต้องแต่งให้เรียบร้อยกบที่ใช้ในงานช่างไม้ได้แก่
 1.1  กบล้างสั้น  เป็นกบล้างที่มีความยาว 6- 8  นิ้ว  ใช้ใสไม้ที่ขรุขระ  แอ่น  บิด ซึ่งกบชนิดอื่นไม่สามารถใสได้  ใบกบทำมุมกับใบกบ 45 องศา
 1.2 กบล้างยาว  ลักษณะคล้ายกบล้างสั้นแต่ตัวกบยาวกว่า  มีความยาว  16  -18  นิ้วมีมุมเอียงลาดราว  44 – 48 องศา  ใช้ล้างเเนวไม้ให้ตรง  ใช้ไสไม้ก่อนเพราะติดกัน
2 .    กบผิว  ใช้ไสตามหลังกบล้างเพื่อให้เรียบร้อย   ถ้านำกบผิวไปไสไม้ขณะที่ไม้ไม่เรียบ   
หน้ากบจะเสียใช้ไสผิวไม้ได้ระดับ แบ่งออกเป็นกบผิวสั้นและกบผิวยาว
1.1  กบผิวยาวคล้ายกบล้างยาวแต่ไม่มีฝาประกับ แต่มีเหล็กขนาด  1/8 นิ้วX ¾ นิ้ว บังหน้ากบเพื่อให้ใสไม้ได้เรียบมีความยาว 16-18 นิ้ว มีมุม 52-55 องศาในส่วนของไม้ที่เล็ก  มุม 56 – 60 องศา
การบำรุงรักษา
1.      เวลาลับคมใบกบระวังใบกบโดนส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย
2.      ขณะใช้งานระวังอย่าให้กบหล่นลงพื้นเพราะอาจแตกหักเสียหายหรือโดนขาได้
3.      เมื่อใส่ใบกบไม่ควรตอกลิ่มมากเกินไป อาจเสียหาย และถอดยาก
4.      หลังใช้งานควรทำความสะอาดและทาน้ำมันที่ท้องกบ
2.      กบบังใบ ใช้สำหรับใสร่องบริเวณขอบไม้หรือบังใบ ตัวเรือนกบคล้ายกบล้างต่างกันที่ท้องกบจะไม่เรียบแต่เป็นสันสี่เหลี่ยมและใบกบโผล่กินเนื้อไม้จะอยู่ด้านนี้
       วิธีใช้   ใช้ไสไม้โดยกดให้สันท้องกบกินตามแนวไม้ที่ต้องการ
การบำรุงรักษา  ก่อนใช้งานควรสำรวจให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้  หลังใช้ควรทำความสะอาด              ชโลมน้ำมัน
3.      กบราง  เป็นกบที่ใช้ทำรางร่องหรือลิ้น เพื่อการเพลาะหรือเข้าไม้ตัวเรือนกบแบ่งเป็น 2 ซีกโดยต่อกันด้วยไม้มือจับ ใบกบสามารถเปลี่ยนได้ ซึ่งแบ่งใบกบออกเป็น 2 อย่างคือ  ใบกบทำลิ้นและใบกบทำราง  ลิ้นและรางจะมีขนาดเท่ากัน
วิธีใช้  ใช้ไสโดยให้ขอบกับด้านในของซีกที่โผล่ยาวออกมาจับขอบไม้ แล้วทำการใสซึ่งจะได้ร่องรางหรือลิ้นตามต้องการ
การบำรุงรักษา  สำรวจความคมของใบก่อนใช้งาน  หลังใช้งานทำความสะอาดชโลมน้ำมันบางๆบนใบกบ
4.      กบขูดหรือกบแต่ง  ใช้ใช้แต่งผิวไม้ที่เป็นส่วนโค้งให้เรียบ ซึ่งกบธรรมดาไม่อาจทำได้ กบประกอบด้วยโครงและแผ่นเหล็กขูด ซึ่งยึดกันด้วยสลักเกลียว
วิธีใช้  ใช้มือทั้งสองข้างจับมือกบให้แน่นแล้วทำการไสและขูดผิวงาน  อาจจะดึงเข้าหาตัวหรือดันออกไปข้างหน้าก็ได้
 การบำรุงรักษา 
1.      การถอดประกอบควรใช้ค้อนไม้เท่านั้น
2.      หลังการใช้งานควรทำความสะอาดและชโลมน้ำมันบนส่วนที่เป็นโลหะ

                                                               เครื่องมือเจาะ
1.       สิ่วปากบางหรือสิ่วแต่ง  ใช้แต่งขูดผิวไม้หรือปากไม้ให้เรียบสิ่วประกอบด้วย
ใบและด้าม  ส่วนใบเป็นเหล็กกล้า  แบนและบางแต่มีความคมมาก
            วิธีใช้  ใช้มือข้างหนึ่งจับด้ามสิ่ว  ทำหน้าที่นำสิ่วไปข้างหน้า  อีกมือหนึ่งจับตอนปากกลิ่วเพื่อบังคับทิศทางของสิ่วไม่เฉออกจากแนวที่ต้องการ
  การบำรุงรักษา
1.      ก่อนใช้งานต้องสำรวจความคมของสิ่ว
2.      หลังใช้งานต้องทำความสะอาดและชโลมน้ำมันบาง    บนส่วนที่เป็นโลหะ
2.  สิ่วเจาะ  ใช้เจาะช่องรูเดือย  สิ่วประกอบด้วยด้ามและใบ  ตัวสิ่วมีความหนาแต่ความ
แต่ความกว้างและความคมน้อยกว่าสิ่วปากบางจึงต้องใช้ค้อนไม้ช่วย
            วิธีใช้  ใช้มือข้างหนึ่งจับด้ามมืออีกข้องหนึ่งจับคอนไม้ค่อยๆตอกให้สิ่วกินเนื้อไม้ทีละน้อยจนใกล้กับความลึกที่ต้องการแล้วแต่งร่องหรือรูอีกครั้งให้เรียบร้อย
การบำรุงรักษา 
1.      ก่อนใช้ควรสำรวจความคมของสิ่ว
2.      หลังใช้งานต้องทำความสะอาด ชโลมน้ำมันบางๆบนส่วนที่เป็นโลหะ
3.  สิ่วเล็มมือ  ใช้สำหรับเจาะร่องหรือรูให้มีความโค้งหรือกลม แบ่งเป็น 2 ชนิด
คือคมในและคมนอก ใบสิ่วจะมีความโค้ง              
            วิธีใช้  ใช้มือจับด้ามสิ่ว จ่อคมสิ่วลงบนตำแหน่งที่ต้องการแล้วกดหรือดันให้สิ่วดันเนื้อไม้ตามความต้องการ
การบำรุงรักษา
1.      ก่อนใช้งานต้องสำรวจความคมของสิ่วเสียก่อน
2.      หลังใช้งานต้องทำความสะอาดและชโลมด้วยน้ำมันบางๆบนส่วนที่เป็นโลหะ
4.  สว่านข้อเสือ  ใช้สำหรับเจาะรูเพื่อใส่น๊อต สกรู โดยประกอบกับดอกสว่าน
ดอกสว่านมีหลายขนาดและหลายลักษณะ ตัวดอกสว่านแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนก้านและส่วนเกลียวส่วนก้านจะเป็นรูปสามเหลี่ยมปลายเรียว ส่วนเกลียวจะมีหลายลักษณะใช้ในงานที่แตกต่างกัน
            วิธีใช้  สอดก้านดอกสว่านลงในชัค (Chuck) แล้วหมุนให้Jaws บีบดอกสว่านให้แน่นใช้มือหนึ่งจับที่ Head อีกข้องหนึ่งจับที่ Handle แล้วจ่อดอกสว่านลงบนตำแหน่งที่ต้องการและกดHeadแล้วจึงหมุน Handleดอกสว่านจะกินเนื้อไม้
การบำรุงรักษา  หลังจากใช้งานควรทำความสะอาดและชโลมน้ำมันบางๆส่วนที่เป็นโลหะ
4.  สว่านเฟือง  ใช้สำหรับเจาะรูเพื่อใส่น๊อตสกรูโดยประกอบกับดอกสว่าน ดอกสว่านมีหลายขนาด แต่ไม่โตกว่า ¼ นิ้วก้านรูปทรงกระบอกเรียบ
วิธีใช้  ใช้มือหนึ่งจับHandle หรือSide handleอีกมือหนึ่งจับที่ Crankแล้วจ่อปลาย
ดอกสว่านลงบนตำแหน่งที่ต้องการแล้วกดมือที่จับHandleและหมุนมือที่Crank ดอกสว่านจะกินเนื้อไม้ตามต้องการ
การบำรุงรักษา
1.      ก่อนใช้ควรสำรวจสว่านและดอกสว่านทุกครั้ง
2.      หลังใช้ควรทำควรทำความสะอาดและชโลมนำมันบางๆบนส่วนที่เป็นโลหะ


เครื่องตอกและเครื่องมืออื่นๆ
1.      ค้อนหงอน  ส่วนประกอบของค้อนแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือส่วนหัวและส่วนด้ามใช้สำหรับตอกและถอนตะปู ตอกสิ่ว ตอกไม้เวลาทำโครงร่าง ขนาดของหัวค้อนเรียกตามน้ำหนักของหัวค้อนเป็นปอนด์
2.      ค้อนไม้ สำหรับเคาะ คอก ชิ้นงานไม้หรือเคาะถอนใบกบ เคาะโลหะแผ่นให้เรียบและตอกสิ่วเจาะ
การบำรุงรักษา
1.      เมื่อใช้แล้วทำความสะอาดทาน้ำมันกันสนิม
2.      ปรับหน้าค้อนกับด้ามค้อนให้แน่นอยู่เสมอ
3.      อย่าใช้ค้อนผิดประเภท
4.      ดูแลหน้าค้อนให้เรียบ
3.      ปากกาจับไม้ติดโต๊ะ สำหรับจับไม้เวลา วัด กะ  ไส  โกรก ตัด
การบำรุงรักษา  ต้องทำความสะอาดและยอดน้ำมันกันสนิมอยู่เสมอ
4.      บุ้ง  สำหรับแต่งผิวไม้ แบ่งออกเป็นบุ้งท้องปลิงกับบุ้งกลม
การบำรุงรักษา  ไม่ควรให้เปียกน้ำ ถูกกรดด่างหรือน้ำมัน ควรทำความสะอาดด้วยแปรงปัดผงภายในร่องฟันก่อนเก็บ
5.      เหล็กส่งหัวตะปู  เป็นแท่งเหล็กยาวประมาณ 4-5 นิ้ว เส้นผ่าศูนย์กลาง ¼ นิ้ว มีหน้าที่สำหรับส่งหัวตะปูให้ลงไปต่ำกว่าระดับพื้น
6.      คีมปากนกแก้ว  ใช้ถอนตะปู  ตัดหัวตะปู  ตัดลวด
การบำรุงรักษา  ทาน้ำมันกันสนิมก่อนเก็บทุกครั้ง


อุปกรณ์งานไม้


เลื่อยลันดา             *ใช้ตัดไม้ขนาดต่าง ๆ

เลื่อยลอ            *ใช้ตัดไม้ขนาดเล็ก

เลื่อยเซาะร่อง     *ใช้เซาะร่องขนาดเล็ก
   
สิ่ว            *   ใช้เซาะร่องขนาดเล็ก
        

ตะไบหางหนู   * ใช้แต่งรูกลมขนาดเล็ก ๆ

บุ้ง            *ใช้งานไม้  แต่งผิวงานให้เรียบ
 
กบ    *ใช้แต่งผิวไม้ให้เรียบ

ขวาน     * ใช้ตัดไม้ขนาดต่าง ๆ

แปรงทองเหลือง    *ใช้สำหรับทำความสะอาดปลายหัวแร้ง

เหล็กฉาก     *ใช้วัดให้ได้มุมฉาก   ใช้ในการตัดไม้หรือเหล็ก

ที่วัดระดับน้ำ     * ใช้ปรับพื้นผิวต่าง ๆ ให้ได้ระดับเดียวกัน

เต้า     * ใช้ตีเส้นตรง
 ตลับเมตร     *  ใช้วัดความยาวของสิ่งของต่าง ๆ


 แหล่งอ้างอิง




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น